หลังจากที่มีการนำเสนอภาพทางสื่อออ นไลน์เกี่ยวกับการใช้ชีวิตของเด็กหญิงวัย 10 ปี กับครอบครัวที่อาศัยอยู่ใต้สะพานปูนข้ามชุมชนบ้านคลอง 33 หรือที่เรียกกันว่า เด็กหญิงใต้สะพาน
หลังจากเคยมาเป็นลูกจ้างเลี้ยง บ่อปลาและเช่าที่เขาอยู่อาศัย แต่เจ้าของได้ปิดกิจการบ่อปลาลงและขายที่ไปอย่างกะทันหัน ทำให้ต้องมาอาศัยอยู่ใต้สะพาน ด้วยความที่เป็นคนต่างพื้นที่เลยไม่รู้จะไปอาศัยอยู่ตรงไหนเลยสร้างบ้านใต้ สะพานอาศัยอยู่มาเกือบ 10 ปีแล้ว
ล่าสุด ดร.สุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ได้สั่งการให้นายอำเภอรีบลงมาดูแลและหาทางช่วยเหลือทันที หลังจากทราบข่าวทางสื่อออนไลน์เป็นที่โด่งดัง จากการสำรวจบ้านหลังดังกล่าวได้พบกับนายประสงค์ พึ่งมีอายุ 64 ปี และ นางอำพร เรือนสุริยา อายุ 48 ปี พ่อและแม่ของ เด็กหญิงพรรณนิภา พึ่งมี หรือ น้องฟ้า อายุ 10 ปี ตามที่เป็นข่าว
พบว่าภายในบ้านได้เพาะเห็ดนาง ฟ้าภูฏานและเห็ดขอนเอาไว้ขายเพื่อเลี้ยงครอบครัว นอกจากนี้นายประสงค์ ผู้เป็นพ่อยังได้ยึดอาชีพเผาถ่านขายและรับจ้างทั่วไป โดยหลังจากโรงเรียนเลิกน้องฟ้าจะทำการบ้านและงานบ้านเสร็จเรียบร้อยก็จะช่วย แม่เก็บเห็ดเพื่อรอไปขายในวันรุ่งขึ้น
จึงได้มีการพูดคุยระหว่างหน่วย งานที่เกี่ยวข้อง และพ่อแม่ของน้องฟ้าเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือเรื่องการย้ายบ้านและสร้าง ที่อยู่อาศัยให้ใหม่และได้พาพ่อแม่ของน้องฟ้าไปดูที่ ที่จะสร้างบ้านให้ใหม่โดยจะใช้ที่ของ ส.ป.ก. ของ อบต.จำนวน 2 งาน และจะเริ่มลงมือทันที เพราะได้มีหลายหน่วยงานที่ได้ให้งบประมาณในการสนับสนุนในการสร้างบ้านใหม่ ให้กับครอบครัวน้องฟ้า
ทั้งนี้ ทางครอบครัวของน้องฟ้า ได้กล่าวขอบคุณประชาชนทั่วไปที่คอยให้กำลังใจและขอบคุณหน่วยงานที่ได้เข้ามา ช่วยเหลือและสร้างบ้านให้ใหม่
นอกจากนี้ น้องฟ้าเป็นเด็กที่ตั้งใจเรียนดี มีภาวะเป็นผู้นำ ชอบช่วยเหลือกิจกรรมโรงเรียน และสอบได้เกรด 4 ทุกวิชา และจะสอบได้อันดับที่1ทุกครั้ง ตั้งใจเรียนและไม่เคยย่อท้อต่อโชคชะตาชีวิต ต่อจากนี้ครอบครัวของน้องฟ้าก็คงจะมีบ้านหลังใหม่อาศัยอยู่และมีพื้นที่ใน การทำเกษตรกรและเผาถ่านขายได้สบายมากขึ้น